“อนุสรณ์ แสงเนตร”แจงแล้วหลังโดนส.บอลฯสั่งแบนห้ามตัดสิน1ปี

“อนุสรณ์ แสงเนตร”แจงแล้วหลังโดนส.บอลฯสั่งแบนห้ามตัดสิน1ปี

“อนุสรณ์แสงเนตร” เสื้อดำไทยลีก 3 คุยยาวแจงทุกเหตุการณ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมเสมอนนทบุรียูไนเต็ด 1-1 อธิบายเรื่องเวลาไม่ถูกเพราะป้ายบอกคะแนนไม่ตรงกับกรรมการ
จากผลการตัดสินห้ามส่งบอลไทยลีก 3 ของ “นายอนุสรณ์แสงเนตร” ที่ชี้ขาดเกมที่นนทบุรียูไนเต็ดเสมอปรามแบงค็อก 1-1 พร้อมแบน 1 ปีเอ
ล่าสุด“ นายอนุสรณ์แสงเนตร” ได้ทำหนังสือชี้แจงทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับ ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ดังนี้

1. ตามที่สมาคมฟุตบอลมีจดหมายเลขที่ (ผส. 1) 029/2563 ลงวันที่ 7 ต.ค. 2563 เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 3 ระหว่างนนทบุรีส. พบปรามกรุงเทพมหานครในวันที่ 4 ตุลาคม 2563 เวลา 18.00 น. ณ สนามกีฬากลางจ. นนทบุรีในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2563 เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลอาคารจิตรอุทัยชั้น 14 ถ. รามคำแหงแขวงหัวหมากเขตบางกะปิกรุงเทพมหานคร

1.1 ฉันไม่สามารถเข้าไปชี้แจงตัวเองได้ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ของนายทหารประจำการกองบัญชาการอากาศโยธินสนามบินดอนเมืองกทม. ในวันและเวลาดังกล่าว

2. ตามที่สโมสรปรามกรุงเทพได้ร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของผมในการแข่งขันดังกล่าวจึงขอเรียนชี้แจงการร้องเรียนของสโมสรดังนี้

2.1 ในนาทีที่ 94 ผู้เล่นหมายเลข 13 ของทีมเปรมแบงค็อกพยายามประท้วงถามว่าทีมฟาล์วคืออะไรและอย่างไร? นายอนุสรณ์แจกใบเหลืองให้กับผู้เล่นหมายเลข 13 ของทีมปรามแบงค็อกโดยให้เหตุผลว่า “เพราะ … เป็นกัปตันทีม” ขณะเดียวกันทีมงานปรามากรุงเทพหมายเลข 10 ได้สอบถามสาเหตุที่ตัดสินใจ โดนนายอนุสรณ์แจกใบเหลืองหมายเลข 10 อีก 1 ใบ

2.1.1 ผู้เล่นหมายเลข 13 ของทีมเปรมแบงค็อกได้นำเพื่อนร่วมทีมเข้าขัดขวาง ไม่ปล่อยให้ผู้เล่นทีมนนทบุรีเล่นเร็วผมจึงสั่งให้ผู้เล่นหมายเลข 13 พาเพื่อนร่วมทีมกลับไปในระยะที่กำหนด แต่ผู้เล่นหมายเลข 13 ก็ยังไม่ยอมถอยพร้อมกับคัดค้านด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ “… เป่าฟาล์วได้อย่างไร … ไม่มีตา” ผมตอบไปว่า “… เป็นกัปตันทีม พาเพื่อนมาขัดขวาง” และคาดโทษห้ามถอยหลังในระยะที่กำหนดผู้เล่นหมายเลข 10 เมื่อเห็นว่าผู้เล่นหมายเลข 13 ต้องรับโทษคัดค้านโดยกล่าวว่า“ เปา…นี่อะไร” ฐานคัดค้าน

2.2 พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวของนายอนุสรณ์ไม่ใช่เพียงรายเดียวเนื่องจากก่อนหน้านี้นายอนุสรณ์แสงเนตรได้ประพฤติตนไม่เหมาะสมในสนามแข่งขันตลอดเวลา

2.2.1 พูดจาหยาบคาย (จู๋) และท้าทายทีมฟุตบอลปรามกรุงเทพมหานครตลอดเวลา ฉันไม่ได้พูดตลอดเวลา แต่พูดหลังจากจบการแข่งขันเนื่องจากพฤติกรรมรุนแรงไม่มีข้อสรุประหว่างเด็กและผู้ใหญ่ รวมทั้งมารยาทอันดีงามตามประเพณีไทยโดยนักเตะทีมปรามากรุงเทพรวมตัวประท้วงคำตัดสิน โดยดุว่า “อวัยวะเพศเงินสัตว์ … ดู … ภายนอก” จากพฤติกรรมที่ไม่เป็นมืออาชีพดังกล่าวทำให้ฉันเป็นมนุษย์รู้สึกรับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าวจึงหันไปโต้และบอกว่า “อวัยวะเพศของพวกเขาคืออะไร … ” และพยายามเดินไป ห่างจากผู้เล่นเพื่อเดินกลับเข้าไปในห้องผู้ตัดสิน

2.2.2 ตะโกนใส่ผู้เล่นทีมเปรมแบงค็อกว่า “… ไปร้องเรียนเถอะ … ไม่กลัว … ” ขอชี้แจงว่าพูดความจริงเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจาก 2.2.1 ตาม ฉันกำลังเดินกลับเข้าไปในห้องผู้ตัดสิน มีผู้เล่นตัวสำรองมาชี้หน้าพร้อมกับด่าว่า “เงินกับเงินมึงเล่นแบบนี้ไม่ตายแน่” ผมจำไม่ได้ว่าเป็นผู้เล่นหมายเลขไหน เพราะเสื้อแทนไม่มีเลขที่ด้านหลังเสื้อจึงตะโกนกลับไปว่า “ถ้า … ผิด … ไปร้องเรียน … ไม่กลัว”

2.2.3 คุยกับนักบอลนนทบุรีว่า “ใจเย็น ๆ รอ … เป่าจุดโทษ” ผู้เล่นหมายเลข 10 ของทีมนนทบุรีได้รับความกดดันโดยพูดว่า “เฮ้ชานนี่บ้านฉันไม่ช่วยกันเหรอ” ฉันเลยตอบไป “คุณจะให้อะไรฉันจะให้จุดโทษหรือไม่” ซึ่งผู้เล่นปรัมแบงค็อกอยู่ใกล้ ๆ และได้ยินฉันพูดเขาจึงตะโกนออกไปดัง ๆ และพูดว่า “บ้าอะไรกัน … ฉันจะรับโทษแบบนี้ได้ไหม “ หลังจากนั้นการแข่งขันก็ดำเนินไปตามปกติ

2.2.4 ได้พูดคุยกับผู้ช่วยผู้ตัดสินว่าอย่าเพิ่มเวลา ในขณะที่หมดเวลาซึ่งผู้เล่นของทีมเปรมแบงค็อกได้ยินกันชัดเจนขอชี้แจงว่าการแข่งขันในนัดนี้คณะลูกขุนใช้วิทยุช่วยทั้ง 4 คนและผมไม่ได้บอกว่าผู้ตัดสินที่ 4 จะไม่ยก คณะกรรมการชดเชย ไม่ทราบว่าทีมงานเปรมกรุงเทพได้ยินมาจากไหน และขั้นตอนการบังคับให้ขึ้นป้ายต้องยกในนาทีที่ 90 ห้ามเสียและห้ามเกินเวลา นอกจากจะมีผู้ตัดสินและผู้ควบคุมการแข่งขันร่วมจับเวลากับผู้ตัดสินซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วยการจับเวลาตั้งแต่เสียงนกหวีดเป่าจนถึงยกเวลาประกอบ